2007/Jul/26

เรื่องสั้น(ที่ยาว)

ปล. การเขียนครั้งนี้คือ การฝึกใช้สมองส่วนหลัง (เซรีเบรั่ม)คือสมองส่วนจินตนาการ ซึ่งไอ้ตัวจินตนาการมันก็ไปๆมาๆตามอารมภ์ มันจึงเขียนขาดๆหายๆ สำหรับผู้ที่ใคร่จะติดตาม หรือว่าเรียกร้องที่จะอ่านอย่างหนักหน่วง จึงจะต้องรอซักนิดนึงนะคะ อิ

ว่าจะเขียนเรื่องสั้น (ที่ยาว)จะตั้งชื่อเรื่องว่า " ซัมเมอร์ที่บ้านนอก " เอาชื่อนี้ก่อนเด๋วแต่งเสร็จคิดชื่อที่เด็ดกว่านี้ได้แล้วค่อยเปลี่ยนตามความเหมาะสมและกันมันก็เป็นเรื่องราวของตัวเองที่เวลาปิดเทอมใหญ่ ( 3เดือน) จะถูกส่งตัวกลับไปอยู่กับ ตา ยาย บ้านนอก และด้วยความไม่รู้ เด็กๆจะเรียกบ้านนอกว่า เมืองนอกมาตลอดไม่รู้ว่าแม่สอนให้เรียกหรือคิดเองเป็นเรื่องขำๆ น่ารักๆ และดัดจริตนิดๆที่เกิดขึ้นจริง ตอนที่ถูกส่งตัวกลับไปอยู่ที่บ้านนอก

บทที่1.เรื่องของแม่

เราเป็นคนกรุงเทพ เกิดและโตที่กรุงเทพนั่นแหละ แต่แม่เป็นคนอุทัยธานี( ขอบคุณที่มีบ้านนอกให้แช่มชื่น ) ที่อุทัยธานี จะมีตากับยาย คนที่นั่นมักเรีกว่า แม่ใหญ่ (ยาย) พ่อใหญ่ (ตา) แม่ใหญ่ พ่อใหญ่ มีลูก 6 คน แม่เราเป็นคนที่6 ในสมัยก่อนลูกคนสุดท้องจะได้เรียนหนังสือสูงกว่าใครๆ แต่ที่ต่างจังหวัดไม่มีโรงเรียนสูงๆ แม่เลยต้องเข้ากรุงเทพมาอยู่กับญาติตั้งแต่เด็ก จนเป็นเหตุให้มาพบรักกับพ่อที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันตอน ม.6 พอแม่จบ ม.6 กะว่าจะเข้าเรียนมาหาลัยต่อ ก็ดันมาท้องอีก แม่จึงขอพ่อแต่งงาน(ได้ยินถูกแล้ว)หลังจากนั้นก็มาอยู่กินกันเป็นเรื่องเป็นราวแล้วก็ท้องมาเรื่อยๆ อีก 2 คน เราเป็นพี่สาวคนโต และมีน้องสาวอีก 2 คน ถ้าพ่อไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร แม่คงท้องไปเรื่อยๆ

บทที่2. เรื่องของเรา

เราเรียนอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่เด็กๆเพราะพ่อเป็นคนกรุงเทพและทำงานที่กรุงเทพ พ่อทำงานอยู่ที่โรงงานยาสูบ และแม่ก็เป็นแม่บ้าน แต่แม่เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆ แม่จึงเปิดร้านขายของอยู่ที่บ้าน จำได้ว่าแม่ต้องตื่นตี 2 ไปซื้อของมาขายที่ตลาดหัวตะเข้ ลาดกระบัง แม่ชอบปลุกเราตื่นให้ไปช่วยถือของ แม่จ้าว ตีสอง !! มันเป็นเวลานอนของเด็กน้อย แม่จึงต้องขับรถไปคนเดียวขนของมาเต็มท้ายรถไปหมดซื้อของเสร็จต้องกลับมาให้ทันเปิดร้านก่อน 6 โมงเช้า เป็นเวลาที่พระจะเดินบิณฑบาตร เพราะว่าจะมีคนแห่ซื้อของไปใส่บาตรพระ ช่วงเวลานั้นจะขายดีมาก แม่กลับมาจัดร้านตอน 6 โมงเช้า แล้วก็ชอบปลุกเราให้มาช่วยขายของ แต่ 6 โมงเช้าก็เป็นเวลานอนของเด็กน้อยเช่นกัน แม่จึงไปซื้อเอง ขายเองอยู่หลายปี

บทที่3. ไปเลี้ยงควายกลางทุ่ง

พอโรงเรียนปิดเทอม แม่จึงส่งเราไปให้แม่ใหญ่ พ่อใหญ่เลี้ยงที่อุทัย ที่อยู่ที่กรุงเทพแม่คงเห็นว่าอยู่นี่ไปก็ไม่มีประโยชน์ แล้วที่อุทัยเราจะมีเพื่อนเล่นเป็นพี่ๆ ก็สนุกสนานไป อยู่ที่อุทัยเราก็ได้ไปเลี้ยงควายกลางทุ่งกับพี่ๆ มันเป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าค้นหาในตอนนั้น

* วิธีการเลี้ยงควายมีอาวุธอยู่4 อย่างคือ

1. หนังกระติ๊ก 2. ลูกกะสุนดินเหนียวที่ปั่นเองและตากแดดจนแห้ง มันจะแข็งมาก 3. กระเป๋าย่ามไซร์เด็ก 4. ส้มเช้งจำนวน1 ผลที่พกไว้กินในขณะหิว ก่อนไปพี่ๆก็จะแจกอาวุธคนละชุด ไปกับพี่ 2 คน คือพี่นาน และพี่สา เรามีพี่ทั้งผู้หญิงและชาย มันเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากๆ เพราะอาวุธเล็กๆกับมือเล็กๆของเรา สามารถบังคับควายให้ไปตามทิศทางที่เราต้องการได้เราก็แกล้งมันใหญ่ เวลาเลี้ยงควายพวกเราจะพาฟูงมัน (ประมาญซัก 10ตัว) เดินไปกลางทุ่งพามันไปกินหญ้า แล้วพวกเราสามคนก็จะหาที่ร่มๆแบบใต้ต้นมะม้วงรอจังหวะดีๆ เราก็เปิดเกมส์ฟาดฟันกัน ( แบบเลียนแบบก๋วยเจ๋ง อึ้งย้ง หนังจีนที่ดังอยู่ในขณะนั้นขณะที่ฟันกันก็จะทำซาวน์เสียงมีด โช้ง เช้งๆๆๆ ตลอดเวลา และเตรียมใส่ชุดที่คล้ายๆหนังจีนกันไปจากบ้าน พี่นานกะพี่สา เป็นเด้กบ้านนอกเต็มตัว ก็จะใส่เสื้อยาวๆย้วยๆ แบบขนาดไซน์ผู้ใหญ่ แต่ขาดข้างๆ เป็นทางยาว ทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา แบบไม่ได้ตั้งใจเหมือน แต่มันเป็นเอง แบบว่ามันมีแต่อย่างนั้นจริงๆ ไม่มีตังค์ซื้อ ส่วนเราชุดเลี้ยงควายในวันแรกก็จะเป็นแบบว่าเด็กกรุงเทพใส่เสื้อผ้านุ่งทับตลอดเวลา และก็ใส่เข็มขัดเป็นหัวแบบทองเหลืองไฮโซสวยงามอยู่เหมือนกัน ในตอนนั้น

ต่อวันหน้า


edit @ 2007/09/13 01:55:17

2007/Jul/05

ได้มีโอกาสไป " หัวหิน ถิ่นมีหอย " บ่อยมาก...ก ช่างนี้ทุกอาทิตย์ก็ว่าได้ ไปจนน้องร้านกาแฟดอยตุง นึกว่าเราคนในพื้นที่ หัวหินกำลังโตสุดๆ ดูได้จากโรงแรมและร้านอาหารผุดขึ้นมาใหม่เต็มเมืองไปหมด มีร้านใหนอร่อยที่เค้าลือเล่ากัน หรือร้านที่ผ่านและเห็นด้วยตาเปล่าว่าสวย ก็จะไม่พลาดที่จะดิ่งเข้าไปชิมให้ได้ ประหนึ่งเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบ

ร้าน " กาแฟข้างบ้าน"ข้างบ้านใครก็ไม่รู้.......เจ้าของเป็นคุณน้าผู้หญิงที่เป็นฝรั่ง ฝีมือทำขนมนี่ลําลือไปถึงเมืองกรุงเชียว เค้กแป้งกรุบกรอบ ร้านอยู่ตรงทางไปเขาตระเกียบซ้ายมือถ้ามาจากทางชะอำ ต้องเล็งให้ดีๆ เพราะร้านเค้าจะน่ารักไม่พอ ยังแอบอยู่หลังพุ่มไม้อีก ส่วนเค้กหน่ะ สั่งไปเถอะทุกอย่าง อร่อยทุกอย่าง ไม่ผิดหวังเลย.........

อ้า........................อํา !!!

วันที่2 ตลาดเมืองเพชร " หิวมาก อร่อยมาก อิ่มมาก"

มาเดินเล่นในตลาดเมืองเพชร ดูนู่นนี่หาข้อมูลและแรงบัลดาลใจทำไรซะหน่อย ที่นี่มีประวัติศาสตร์เรื่องเล่าที่ไฮโซมาก คือคนเมืองเพชรจะได้อยู่ใกล้ชิดเสด็จพ่อ ร5 ตอนนั้นท่านอยู่ที่เขาวัง เขาวังสวยมาก...ก สไตร์รีสอร์ทแอนด์สปาของสมันนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยความที่คนเพชรบุรีสมัยก่อนได้ไกล้ชิดเสด็จพ่อคนเมืองที่นี่จึงมีฝีมือการทำขนมหวานได้สุดยอด เรียกว่าฝีมือแบบว่าชาววังระดับโลกเชียว บ้านไม้เก่าแบบโบราณไฮโซก็ยังมีให้ยลอยู่ ข้าวแช่ที่โรยดอกมะลิ ดอกกระดังงาเป็นอาหารที่เสด็จพ่อโปรดมาก ชื่นใจและหอมสุดๆๆ คลายร้อน ของแท้ต้องกินที่ตลาดอนามัย นั่งหาบขายกะพื้นนั่งกินได้อารมภ์มาก อ้อ..ปู่เย็นแกก็อยู่ที่นี่นะ

1. ข้าวแช่อร่อยมาก

2. ขนมหม้อแกงอร่อยมาก

3. ก๋วยเตี๋ยวสูตร ซอสพริก อร่อยสุดๆๆกินได้ทุกร้านอร่อยเหาะเหมือนกันหมด

4. ลูกตาลอร่อยมาก นุ่มหอมชื่นใจ

5. ลอดช่องนำกระทิ สูตรตาลโตนด อร่อยมาก...ก

6. ปู่เย็น อร่อยมาก..ก

7. เชิญดูภาพประกอบ ( เพิ่งเห็นตัวเองจากด้านหลัง ตูดใหญ่มาก...ก )

เดินชมบ้านไม้เก่า บางหลังเป็นไม้ฉลุ สวยมาก

นี่ก็เป็นเกรดเฮาส์บ้านริมนําบ้านโบราณ และก็มีส่วนของร้านอาหารชมวิวแม่นํา บรรยากาศดี แสงกะลังสวยเลย

*** ชอบมาก !! เกรดเฮาท์, บูติคโฮเทล สไตร์พื้นถิ่นเนี๊ยะ ชอบแบบครั่งใคร้มาก...ก แต่ละพื้นที่ก็จะเป็นสไตร์ไม่เหมือนกัน อย่างที่นี่ก็จะเป็นลวดลายไม้ฉลุช่างเมืองเพชร สุดๆๆ สุดๆๆ

กินๆๆ ชิมๆๆๆ ตลอดเวลา

นี่คือบรรยากาศข้างใน ผีมามาก แต่เก่าได้ใจจิงๆ

ชื่อร้าน "ระเบียงริมนํา" นี่เอง นี่มาจากการค้นพบเองนะเนี๊ยะ

ปล. เที่ยวที่นี่ต้องหาที่จอดรถ แล้วก็เดินเล่น ซักประมาณบ่าย 3 โมง แดดจะไม่ร้อน ลมเย็นสะบาย


edit @ 2007/07/05 23:06:05

2007/Jun/18

วันก่อนเข้าไปดูไดอารี่พี่โอ๋ P2มา เห็นพี่โอ๋เอารูปตอนเด็กๆสมันเรียนเมืองนอกมาอวด ไฮโซมาก (แอบนึกในใจ) เย็นวันนั้นเลยได้แรงบันดาลใจที่จะไปขุดคุ้ยค้นรูปตอนเด็กๆของตัวเองออกมาโชว์บ้าง คัดเอาชนิดที่เรียกว่า สุดๆ สุดๆอ่ะ รูปตอนเด็กเหลือน้อยมาก แม่บอกว่าชอบเอารูปตัวเองไปตัดหัวเล่น น่าเสียดายนิ...

แอ่น แอน แอ๊น.......!!!

รูปนี้อยู่อนุบาล (เคยเป็นเหาด้วยนะ.....คันสุดโครต ทำไงได้ ช่วงนั้นดันอินเทรน)

รูปนี้แม่ให้ยิ้ม.....เลยเข้าใจว่าคงเป็นรอยยิ้มในวัยเยาว์ (สังเกตุ กางเกงตุงมาก)

วันเกิด... บังเอินเกิดต้นเดือน มกราคม วันที่ 8 ของขวัญและเค้กวันเกิดจึงได้อานิสงฆ์มาจากวันปีใหม่ และได้บรรยากาศควันหลงมาจากปีใหม่ และวันจิงกะเบลทุกวันเกิดจะรู้สึกหนาวได้ใส่เสื้อกันหนาวสวยๆ สนุกมาก บนถนนจะยังมีการประดับประดาไฟใว้ให้ บนเสาไฟ บนบ้าน บนต้นไม้(ตอนเด็กคิดอย่างนั้นจิงๆนะ คิดว่าคงทำไว้ให้เรา)

รูปนี้ตอนเรียน ม.3 ถ่ายกะเพื่อนสนิด

ซ้าย: เกด/ กลาง: จอย (คนนี้เป็นดาว ในสมัยนั้น..เชียว) / ขวาสุด: กอล์ฟ(ข้าพเจ้าเอง)

** ปล. จิงๆมีน้องสาวอีก 2 คนด้วยนะ ห่างกันคนละ 5 ปี เท่ากับว่า เราจะห่างจากคนกลาง 5 ปี ห่างจากคนเล็ก 10 ปี แต่ตอนนี้โตเป็นสาวกันหมดและ ว่างๆจะเอารูปมาอวด


edit @ 2007/07/05 23:10:21