2007/Jun/09

My Home

เมื่อต้นเดือน มิ.ย ได้มีโอกาศกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด (อุทัยธานี) ไปเดินเล่นตลาดเก่าริมแม่นําสระแกกรังในตัวเมืองอุทัยธานี ไปทุกครั้งก็แวะทุกครั้งเพราะมีขนมจีนนําพริก แบบหาบ ชามละ 10 บาท อร่อยแปร่.... เดินดูบ้านไม้และร้านขายของข้างทางที่นิยมสร้างเป็นตึกสองชั้น ชั้นล่างจะเป็นประตูไม้ บานเพื้ยม มีป้ายชื่อร้านเก่าๆ เห็นก็ไม่ค่อยตื่นเต้นมากนักเพราะคลุกคลีมาตั้งแต่เด็กเหมือนคนที่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัดทั่วไป แต่มีของบางอย่างที่เหลือบไปสะดุดตาเข้า ของที่เกือบลืมไปแล้วที่ซ่อนความน่ารักอยู่มาก จึงเอามาขุดคุ้ยอวดกัน.........ของดีเมืองอุทัย...ตามข้าพเจ้ามา

เริ่มต้นด้วย เที่ยวชม "บ้านริมแม่นำสระแกกรัง" มีชื่อเสียงมากของที่นี่ เย็นๆ แสงจะสวยมาก

ร้านขายของริมถนน ที่ส่วนมาลูกหลายคนจีนจะเป็นผู้จับจอง

อันนี้ถูกใจแม่......ชนี..บนต้นกระถินผ้าป่า ที่กระเทยชอบเอามาเรียกกัน

บาตรพระ น่ารักมาก !!!

เก้าอี๊ไม้ทรงกลมตกแต่งลวดลาย นิยมมากในต่างจังหวัดเห็นว่ามีกันทุกหลังคาเรือน น่าจะนั่งสบายกว่า เก้าอี้ day bed ไฮโซที่คนเมืองกรุงชอบดัดจริตหาไปนั่งกัน

ที่ขาดไม่ได้ ทุกบ้านต้องมี "รูปถ่ายขาวดำของบรรณพบุรุษ" ที่นิยมกันมากมาย บ้านใหนมีพื้นที่มากก็นิยมแขวนกันตามฝาบ้านให้เต็มไปหมด บ้านใหนพื้นที่น้อยเช่นร้านขายของ ก็นิยมใส้ตู้โชว์ไว้หน้าร้าน เกทับบ้านข้างๆกันสุดๆๆ

ตัวดูด ที่นิยมกันทั้งเด็กเล็กและเด็กโต มีหลากหลายสี แต่ตอนเด็กก็ไม่เคยสงสัยว่าใช้สีไรผสมเข้าไปถึงได้สีปรี๊ดปร๊าด...ด ขนาดนั้น ปัจจุบันราคาตัวละ 1 บาท น่าจะขึ้นราคาจากแต่ก่อนมาแล้ว

การกวนนําตาลปึก ก็เป็นวิถีชีวิตของชาวอุทัย กวนเอง กินเอง กวนไป คุยกันไป ขำกันไป ป้าเมื่อย หลานกวนต่อ เป็นกิจกรรมหนึ่งในครอบครัวที่สนุกสนานมาก

กิจกรรมยามคำคืนของเด็กๆที่นั่นมีอย่างเดียวคือ ไปยิงปืนที่งานวัด ราคารอบละ 10 บาท ขนาดทุกวันนี้ยังไปอยู่เลย เจ้าของร้านชอบโกง เอาอะไรหนักๆมาถ่วงตุ๊กตาไม่ให้ล้ม ยิ่งยิง ยิ่งโมโห ยิ่งยิงใหญ่เลย.....

ที่อยากนำเสนอมากคือ " ยุ้งข้าว " ของบ้านเราเองทุกวันนี้ก็ยังใช้งานได้ดี จำได้ว่าเกิดมาก็เห็นมันเลยน่าจะหลายสิบปีได้แล้วมั้ง เด็กๆจะชอบเข้าไปเล่นขายของกันในนี้มาก มองยุ้งข้าวทุกครั้ง ก็จะได้เตือนความจำที่ไม่ทำให้ลืมรากเหง้าของตัวเองไป.........ซึ่งได้ผลชงัดเชียว

*** หลังยุ้งข้าว จะมีต้นส้มจี๊ดอยู่หนึ่งต้น จำได้ว่าทุกปิดเทอมจะต้องกลับไปอยู่ที่อุทัย ที่นั่นไม่มีขนมอะไรกินเลย ไม่มีเซเว่นไม่มีไรเลย ร้านค้าก็อยู่ไกลมากปั่นจักรยานกันจนใส้รากขนมของเด็กๆที่นั่นคือส้มจี๊ดนั่นเอง อยากกินก็จะต้องเดินไปสอยกินเอาเอง กินทุกวัน จนพอโตขึ้นเลยเป็นคนเกลียดการกินส้มลูกใหญ่ เกรียดการปลอกส้มมาก ไอ้ประเภทส้มจี๊ด ส้มโอ นี่เกรียดมาก....แค่เห็นนี่รู้เลยว่าถ้าเอาเข้าปากแล้วรสชาติจะเป็นยังงัย !!!! สุดๆ สุดๆ

***** เศร้ามาก เวลาเห็นฝาของยุ้งข้าวที่วางขายกันตามร้านขายของเก่าในเมืองกรุง ทำไมต้องขายยุ้งข้าว !!! เท่ากับขายรากเหง้าวัฒนธรรมของเราเลยเชียว ใจร้ายมาก ทำไมไม่มาชื่นชมความงามตรงที่ๆมันอยู่ล่ะ น่ารักดีออก ยุ้งข้าว กะ พระอาทิตย์ตกดินเป็นแบลคกราว


edit @ 2007/06/18 19:55:32

2007/Jun/06

อยู่ถนน ราชดำเนิน ในซอกเล็กๆหลังหอศิลป์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตรงสะพานขาว เข้าไปก็จะเจอ บูติคโฮเทลเล็กๆอยู่ข้างถนน สไตร์มอลร็อคโค ผสมกับโคโรเนียล ดีไซร์เนอร์คนเดียวกับที่ตกแต่งร้าน " มหานาคา ถ.สุขุมวิท"ไม่สังเกตุให้ดีๆก็จะมองไม่ค่อยจะเห็นเท่าใหร่ เพราะเล็กมาก

เป็นคนชอบบูติคโฮเทลมากๆๆ ที่นี่จะใช้พื้นที่เล็กๆได้เป็นประโยชน์และเทห์มากๆๆใส่ใจในทุกรายละเอียดแม้กระทั่งของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพื้นที่ตึก2คูหา 2 ชั้นเท่านั้นเอง มีห้องพักอยู่ไม่กี่ห้อง และต้องการความเงียบสงบสูงจัดแสงโรแมนติกมากจึงเป็นอันดับหนึ่งในดวงใจ ถ้าผ่านก็จะแวะเข้าไปกินกาแฟทุกครั้งไป เจ้าของใจดีชวนดูนู่นนี่ใหญ่

**อยากจะตั้งปฏิญานไว่ว่า วันนึงจะต้องเป็นดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านบูติคโฮเทลให้ได้ ตอนนี้ยังทำไม่ได้มากก็ต้องเรียนรู้ให้ได้มาก ( ฮึ...ซักวันนึงเถอะจะได้เห็นดีกัน )

**ไปกันเถอะเพื่อนๆ เหน็ดเหนื่อจากการงานก็ไปนั่งจิบกาแฟตรงริมกระจก มองแสงแดดสวยๆ รับรอง...เพ้อกลับบ้านเชียว

ปล. แรงบัลดาลใจของการใช้ชีวิต มาจากสิ่งที่เราได้ไปดู ไปรู้ ไปพบ ไปเห็นสิ่งใหม่ๆมานั่นเอง ยิ่งดูยิ่งตื่นเต้น เลยค้นพบตัวเองว่าเป็นคนชอบงานออกแบบโรงแรมมากๆๆๆ ยิ่งโรงแรมที่สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่เล็กได้อย่างยอดเยื่ยมและมีสไตร์ ก็จะเข้าไปดม ไปลูบ ไปชม ไปถามไปนั่งเพ้ออยู่ในนั้นได้นานนม

อ่างอาบนําแบบ Out Door Shower

จะเข้าห้องนําก็ต้องลงบันใดจากห้องนอนลงไป เก๋ไก๋มากๆๆ และเดินทะลุห้องนําไปก็จะเจอ อ่างแช่นําแบบ Out Door Shower

และใต้บันใดก็จะมีชิงช้างแกว่งใกวอยู่ 1 ตัว สำหรับนั่งแต่งหน้า หน้ากระจกนั่นเอง


edit @ 2007/06/07 23:01:22

2007/Apr/27

Exhibition in diary

แสดงงานในไดอารี่ซะเลยค่ะ มีขนมนมเนยเลี้ยงท้ายงานด้วยนะค่ะ เอาแบบจำลองมาจากของจิงกันเลยค่ะ เริ่มจาก 2 ชุด

ชุดที่1 เป็นงานขาวดำ เทคนิคผสม หมึก สีนํา ปากกา

ชุดที่2 เป็นงานสีนํา สถาปัตยกรรมบ้านเราใกล้ตัว ยังงัยก็ยังเน้นของใกลตัวเป็น 2 มุมมอง ทั้งดี และไม่ดี เป็นสิ่งที่ที่เกิดขึ้นจริงที่เราเห็นกันและสัมผัสอยู่ทุกวันแล้วแต่คนจะอยากมองมุมใหน บังเอินตัวศิลปินเอง (กอล์ฟ) มองทั้ง2มุมเลยค่ะ ขอบคุณที่มาฟังบรรยาย เชิยตัดริบบิ้นค่ะ.............ฉับๆๆๆ

ชุดที่ 1 ชื่องงาน " กอล์ฟกับสภาพแวดล้อม "

Concept ชื่องาน กอล์ฟกับสภาพแวดล้อม เพราะว่าทุกงานจะมีตัวข้าพเจ้าเองไปอยู่ในงานและสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ก็เป็นแบบนั้นจิงๆคิดแบบซื่อๆ นำเสนอแบบซื่อๆแหละไม่ได้คิดไรมาก ความหมายก็อย่างที่เห็นในงานเลย ความแออัดในเมือง สภาพแวดล้อมใกล้ตัว อะไรประมาณนั้นแต่เอามาใส่เป็นการ์ตูนลายเส้นที่เป็นสไตร์ของตัวเอง งานที่ไม่คิดมากมักจะทำได้ดีและสนุกมาก......ก

8 พ.ค 2550

เปิดงานชุดที่ 2 " Water colorby golf "

ชื่องาน " สถาปัตยกรรมกอล์ฟที่ได้ไปลูบคลำมาแล้วเกิดความประทับใจแล้วจึงผ่านในมุมมองตัวเอง ".......ยาวจิง

*** มีคนเข้ามาตัดริบบิ้นเปิดงานไปและ

1. วัดเชียงทอง ที่หลวงพระบาง

2. หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่าพระจันทร์

3. วังสวนผักกาด

" อยากเล่าให้ฟัง" 7 พ.ค 2550

มีอยู่วันนึงเป็นช่วงที่เพิ่งออกจากงานประจำที่ เอ็มโพเรี่ยม ทำมาเกือบสองปีออกเพราะต้องทำ thesis ยากอยู่พอสมควร หลังจาก thesis เสร็จสิ้นเรียบร้อยและก็ว่างมากๆๆ ก็นั่งขีดเขียนการ์ตูนไปไปเรื่อยๆ เชื่อมั๊ยว่าเกิดมาไม่เคยเขียนการ์ตูนได้เก่งเลย (ตอนนี้ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งแต่อย่างใด แค่รู้ว่าตัวเองก็ทำได้นี่หว่า)ตอนที่อยู่ช่างศิลป์เพื่อนๆแม่งก็เก่งกันทั้งนั้นเราเลยไม่กล้าเขียนให้มันดู ไม่รู้จักสไตร์ของตัวเองและไม่รู้ว่าต้องมีด้วยไอ้สไตร์นั่นน่ะ พี่โอบอกให้เขียนๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆจนเจอสไตร์ของตัวเองให้ได้ ฟังแล้วยังโมโห ตั้งกี่ปีชาติแสงถึงจะเจอว่ะ (แอบคิดอยู่ในใจ) และเป็นคนที่ไม่สามารถนั่งทำอะไรนิ่งๆได้นานๆ นั่งเขียนไปปากด่ามุ๊มมิบด่าไป ยากเย็นแสนเข็นนะ

มีอยู่วันนึงนั่งเขียนอยู่ร้านกาแฟประจำทุกวัน ประจวบเหมาะกับพี่โอ๋ P2 WARSHIP กะลังจะออกเทปพอดีช่วงที่ก่อนพี่โอ๋จะออกเทปได้ไม่นานก็นั่งคุยนู่นนี่กันที่ร้านกาแฟตามปกติทุกวัน คุยไป มือก็เขียนการ์ตูนไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก ช่วงนั้นพี่โอ๋ออกเทปและ กะลังจะดังเชียว เค้าต้องออก MV ตัวที่ 2 เพลง " อย่า อยู่ อย่าง อยาก " ความหมายมันออกแนวจินตนาการ เค้าเลยอยากทำเอ็มวีที่เป็นการ์ตูนแอนนิเมชั่น ก็เลยได้มีโอกาศลองทำดู ตอนจะรับงานก้ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ดีหลอกแต่โดนสอนมาว่าอย่าทิ้งโอกาสไป ถ้าเราไม่ทำคนอื่นแม่งก็ทำ คนอื่นที่มีโอกาสดีกว่าแม่งก็ไม่ได้เก่งอะไรเลย เพียงเค้าอยู่ถูกที่ถูกเวลาเท่านั้นเองคิดได้อย่างนั้นก็ไม่กลัวเลย คนพวกนั้นหลังจากรับงานมาก็นั่งหลับหูหลับตาเขียนลายเส้นการ์ตูนหมา ทั้งวันทั้งคืน หลายอาทิตย์ได้ จนเสร็จสิ้นลุล่วงไปด้วยดี มั้ง !!!

ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้คิดจะแอบอ้างหรือต้องการอะไร แต่อยากจะขอบคุณพี่โอ๋ กับ พี่ปั้น วง P2WARSHIP มากๆๆค่ะ ที่ให้กอล์ฟได้รู้จักคำว่า " ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ "และได้รู้จักคำว่า "อย่า อยู่ อย่าง อยาก"ทำให้รู้ว่าโอกาสมันสำคัญมากๆๆ และเป็นจังหวะที่ดีที่ชีวิตได้มาอยู่ถูกที่ ถูกเวลา........ ต่อไปนี้จะเอาตัวเองไปอยู่ถุกที่ถูกเวลาอยู่ทุกวี่วัน

เสื้อสีดำนี่คือพี่โอ๋ ที่กล่าวถึง.....

พี่คือพี่ปั้น พี่ปั้นเป็นนักแต่งเพลงเก่งมาก มีมุมมองที่น่ารัก เราชอบ.....

Story Board การ์ตูนหมาใน MV

หมากินปลาหมึก


edit @ 2007/06/06 22:19:11